แวมไพร์ ผีดิบดูดเลือด ที่ไม่มีวันตาย sbo จัดเต็มพูดถึงที่มา

by on February 25th, 2014

แวมไพร์

แวมไพร์

เรื่องเล้นลับหากพูดถึงภูตผีปีศาจละก็ ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “แวมไพร์” sbo หรือว่าผีที่กินเลือดเป็นอาหาร ซึ่งในปัจจุบันปีศาจแวมไพร์นั้นเป็นกำลังเป็นผีที่อยู่ในกรแสสังคมเนื่องจากมีภาพยนต์เรื่องแวมไพร์ ทไวไลต์ นั่นเอง ซึ่งแวมไพร์นั้นเป็นผีดิบดูดเลือดไม่มีวันตาย โดยเรื่องราวของแดร็กคิวล่านั้นถูกเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักกันในสังคมเมื่อหลายร้อยกว่าปีที่ผ่านมาและดูเหมือนว่าผีแวมไพร์นั้นได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์และละครหลายๆต่อหลายเรื่องด้วยกัน

เรื่องราวของแวมไพร์หรือว่าผีดูดเลือดที่เรารู้จักกัน sbo เป็นเรื่องราวที่มีการบอกเล่าต่อกันมานานหลายปีและสิ่งนั้นมันก็ปรากฏอยู่ในตำนานของหลายๆประเทศทั่วโลกว่า แวมไพร์ มีอยู่จริง ๆ  เช่น ที่ประเทศเม็กซิโกจะมีกระโหลดมนุษย์วางอยู่บนศรีษะ แวมไพร์แถบเทือกเขาร็อกกี้จะดูดเลือดจากทางจมูก แวมไพร์ตามตามนำนานโรมเนีย จะมีร่างกายที่ผอมซีดและไว้เล็บยาว เป็นต้น ซึ่งแวมไพร์นั้นมีหลายประเทศ มีหลายๆ รูปแบบ  แวมไพร์จึงมีวิถีการใช้ชีวิตทั่วโลกคล้ายๆ กัน ดังนี้

แวมไพร์จัด sbo ได้ว่าเป็นผีดิบในร่างของมนุษย์เรา มีฟันที่แหลมคมใช้ในการกัด ดื่มเลือดมนุษย์เพื่อเลี้ยงชีพให้มีชีวิตอมตะ ไม่มีวันตาย แวมไพร์นั้นถูกจัดว่าเป็นค้างคาวผีดิบ เนื่องจากว่าแวมไพร์นั้นออกหากินเวลากลางคืนเหมือนค้างคาว ซึ่งในตอนกลางวัน แวมไพร์นั้นจะนอนอยู่นิ่งๆ ในโลงศพภายในที่อยู่อาศัยที่ไหนสักแห่งข้อสังเกตของการเป็นแพมไพร์นั้นคือ ผิวซีดและใส่ชุดสีดำคล้ายค้างคาว สิ่งที่แวมไพร์หมายปองคือเหยื่อ และเหยื่อที่ต้องตกเป็นอาหารของแวมไพร์มักจะเป็นเพศตรงข้ามเสมอๆ และมีข่าวลือกันว่า แวมไพร์นั้นไม่สามารถยู่ใกล้ๆ กระเทียมได้ ซึ่งนั้นเป็นวิธีป้องกันแวมไพร์เบื้องต้นที่ถูกเล่าขานกันมา

แทงบอล เสนอ มนุษย์หมาป่า(werewolf) รอวันหอน

by on January 29th, 2014

มนุษย์หมาป่ากับดวงจันทราสีเลือด

มนุษย์หมาป่ากับดวงจันทราสีเลือด

วันนี้ผม แทงบอล จะมาพูดถึงเรื่อง “มนุษย์หมาป่ากับดวงจันทราสีเลือด” สำหรับมนุษย์หมาป่านั้น อีกหนึ่งความเชื่อที่ถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์มาช้านาน โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้ที่อยู่อาศัยในช่วงยุโรปกลางนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีความเชื่อกันว่า “มนุษย์หมาป่า” จะกลายร่างเป็นหมาป่า ก็ต่อเมื่อได้เห็นพระจันทร์สีเลือดหรือว่า ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงนั่นเอง และหากเป็นวันพระจันทร์สีเลือดเมื่อไหร่นั้น มนุษย์หมาป่าจะมีอำนาจสูงที่สุดมีอำนาจที่กล้าแกร่งหาวิธีรับมือยากที่สุด ดังนั้นก่อนที่จะถึงพระจันทร์สีเลือด คนยุโรปสมัยก่อนจะนำสิ่งมีชีวิตมาเซ่นบูชา มนุษย์หมาป่า เพื่อที่มนุษย์หมาป่าจะไม่มาทำร้ายมนุษย์นั่นเองและนี่ แทงบอล ก็เล่าให้ฟังอีกความเชื่อหนึ่งที่คนโบราณพูดต่อๆ กันมาถือว่าเป็นสัตว์โลกอีกหนึ่งชนิดที่มีความน่าค้นหาอยู่มาก

“มนุษย์หมาป่า werewolf เป็นเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของเจ้ามนุษยน์หมาป่าถึงชายหนุ่มหรือหญิงสาวที่ปกติก็ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อถึงวันที่คืนพระจันทร์เต็มดวง แทงบอล จะบอกว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงเหล่านั้นจะหลายเป็นหมนุษย์หมาป่า โดยจะมีอาการทุรน ทุราย เพ้อ คลั่ง จนต้องออกจากบ้านไปอาบแสงของดวงจันทรา ที่ทอดลงมาสู่พื้นดิน จากนั้นจะเกิดความผิดปกติของร่างกาย คือ มันมีขนที่ยาวออกมา มีเล็บที่แหลมคมงอกยาวออกมา น่าพลัว จากมือน้อยๆ กลายเป็นอุ้งมือขนาดใหญ่และทรงพลังเป็นอย่างมาก ใบหน้าที่เปลี่ยนไปเหี่ยวยนลง ปากยื่นยาวผิดปกติ กลายเป็นเป็นมนุษย์หมาป๋าดังเดิม จนกว่าคืนนั้นจะเวียนมาถึงอีกครั้ง เรื่องเล่านี้เป็นที่หวาดกลัวของชาวยุโปรตอนกลางเป็นอย่างมากทำให้ในยาวค่ำคืนไม่ค่อยจะมีใครออกจากบ้านกันนักเนื่องจากลัวเจ้ามนุษย์หมาป่าจะมาทำร้าย แต่เรื่องเล่านี้ก็ไม่มีผู้ใดสามารถออกมายืนยันได้ว่ามันคือความจริงหรือเรื่องเล่านิทานหรอกเด็กกันแน่ ยังไงก็ตามติดตามต่อไปนะครับสำหรับเรื่อง “มนุษย์หมาป่า werewolf รอวันหอนนนน

มนุษย์หมาป่ากับดวงจันทราสีเลือด

มนุษย์หมาป่ากับดวงจันทราสีเลือด

สัตว์โลกลึกลับ-5 สิ่งมหัศจรรย์สัตว์โลกลึกลับ

by on November 22nd, 2013

 สัตว์โลกลึกลับ 5 ชนิด ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

 

แมลงปีกแข็งแห่ง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia)

ประธานาธิบดีแห่งแมลงปีกแข็ง (Presidential Beetle)

1.ประธานาธิบดีแห่งแมลงปีกแข็ง (Presidential Beetle) ได้รับการขนานนามจากนักวิทยาศาสตร์ จากสองมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยแอริโซน่า สเตท และมหา1วิทยาลัยนิวแม็กซิโก ว่าเป็นสัตว์ที่มีลักษณะแปลกต่างออกไป คือมีปีกที่ดำหนา และมีขนทั่วร่างกาย ขณะที่เท้าของมันมีสีทอง

แมลงปีกแข็งแห่ง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia)

แมลงปีกแข็งแห่ง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia)

2.แมลงปีกแข็งแห่ง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia) ทั้งสองสายพันธุ์ เป็นการพบความลับของแมลงปีกแข็ง ว่ามันสามารถกระโดดได้เหมือนกับตัวหมัด

แมลงปีกแข็งแห่ง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia)

แมลงปีกแข็งแห่ง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia)

3. มดผีดิบ ซึ่งผู้ศึกษาได้ค้นพบว่า เชื้อราในตัวของมันทำให้มีประสิทธิภาพในการ กลายร่างเป็นผีดิบ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบ Ophiocordyceps camponoti-balzani เชื้อราตัวใหม่ ที่ทำตัวเป็นปรสิตเปลี่ยนมดให้เป็นซอมบี้ เชื้อราตัวนี้เป็น 1 ใน 4 สายพันธุ์ของเชื้อราOphiocordyceps unilateralis พบในเขตป่าร้อนชื้นของประเทศ Brazil มันสามารถแทรกซึมเข้าไปในตัวมด ควบคุมสมองของมัน และเดินไปข้างหน้าจนกว่าจะพบจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์ และสร้างสปอร์

ปลิงทะเลสปีชีส์ เนมโบรธา นูดิบรันช์

ปลิงทะเลสปีชีส์ เนมโบรธา นูดิบรันช์

4.ปลิงทะเลสปีชีส์ เนมโบรธา นูดิบรันช์ สัตว์จำพวกหอยหมึกชนิดนี้ไม่ต้องมีเปลือกมาห่อหุ้มป้องกันอันตราย ผลิตพิษออกมาไล่ศัตรูนักล่าได้ ถูกค้นพบโดยทีมสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนีย (The California Academy of Sciences)

Daemonosaurus chauliodus

Daemonosaurus chauliodus

5.Daemonosaurus chauliodus หรือไดโนเสาร์ฟันเหยิน แม้ว่าไดโนเสาร์จะสูญพันธ์ไปแล้ว แต่ว่าการศึกษาสายพันธุ์ใหม่ๆของมันยังคงดำเนินต่อไป มันมีฟันหน้า​เหยิน ยื่นออกมา มีดวงตา​โต ​และมีขนาดตัว​เท่ากับสุนัข ​นักวิทยาศาสตร์​เชื่อว่ามัน​เป็น “ตัวต่อที่ขาดหาย​ไป” ที่มา​เติม​เต็มวิวัฒนา​การยุคก่อนประวัติศาสตร์ ​เคยมีชีวิต​เมื่อ 205 ล้านปีก่อน

สัตว์โลกลึกลับ Kraken อสูรกลายใต้มหาสมุทรที่อาศัยอยู่ในโลก

by on November 13th, 2013

สัตว์โลกลึกลับวันนี้ มีเรื่อง เล่าขานของอสุรกายใต้ท้องทะเลในโลกนี้ คงไม่มีเรื่องใดจะสร้างความพรั่นพรึงให้ลูกทะเลอย่างเรื่องของ Kraken อีกแล้ว จากเรื่องเล่าขาน เจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนี้มีขนาดมหึมา มีหนวดใหญ่ยุ่บยั่บ โผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวก็สูงกว่าเสากระโดงเรือ เจ้า Kraken ชอบที่จะโจมตีเรือเดินสมุทรอย่างกระทันหัน โอบหนวดของมันรัดลำเรือเอาไว้ หนวดที่เหลือมันจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลว บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากอันน่ากลัวของมัน เห็นไหมล่ะครับว่า ในบรรดาเรื่องเล่าเกี่ยวกับสัตว์ยักษ์ใต้สมุทร คงไม่มีเรื่องใดจะน่าสยดสยองเท่าความดุร้ายของ Kraken อีกแล้ว

kraken

kraken

เรื่อง ราวของ Kraken อสูรร้ายอันโด่งดังจากทะเลเหนือ ที่จมเรือเดินสมุทรไปนักต่อนัก ก็คงมีพื้นฐานมาจากเจ้าปลาหมึกยักษ์นี่เองล่ะครับ จากสถิติที่เคยบันทึกกันไว้ ปลาหมึกยักษ์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ ถูกชาวประมงสามคนพบเห็นใน Timble Tickle เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 ขณะนั้นพวกเขาหาปลาอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก หนึ่งในนั้นสังเกตว่ามีซากอะไรบางอย่างกระจุยกระจายอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆพวกเขาก็พบกับรูปร่างที่แท้จริงของเจ้าซากนั้น ปลาหมึกยักษ์นั่นเอง…

พวกเขาใช้สมอเรือต่างเชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งสามลากมันขึ้นไปบนบกและปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือปลาวาฬเสปิร์ม เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1966 พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์มหนุ่ม การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า “เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต” เจ้าหน้าที่หนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์

เรื่องของ Kraken ถูกเล่าขานมานานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่บันทึกที่เป็นหลักฐานครั้งแรก มาจากนอร์เวย์ครับ เป็นเรื่องราวที่อ้างถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเท่าเกาะ ในหนังสือชื่อ The Natural History of Norway ที่เขียนโดยบิชอปแห่งเบอร์เก้น Erik Ludvigsen Pontoppidan ท่านได้บรรยายเกี่ยวกับ Kraken เอาไว้ว่า มันเปรียบเสมือนเกาะลอยน้ำขนาดย่อม ขนาดความยาวลำตัวยาวถึงครึ่งไมล์ อะไรมันจะขนาดน้าน จริงไหมครับ? แต่เรื่องราวในช่วงถัดมาเกี่ยวกับคราเก้นก็ค่อยๆลดขนาดของมันลงเรื่อยๆ ไม่มหึมาโอฬาริกอย่างในอดีต ถึงกระนั้นก็ยังจัดเป็นสัตว์ไซส์ยักษ์อยู่ดีครับ

Kraken ในตำนานของ ทะเลเหนือ ในสายตาของนักชีววิทยาแล้ว มันคงเป็นสัตว์ประเภทปลาหมึกยักษ์เสียมากกว่าครับ ลักษณะของปลาหมึกชนิดนี้มักจะก้าวร้าวรุกราน และขึ้นมาหาเหยื่อเหนือผิวน้ำเมื่อแลเห็นมนุษย์ ขนาดของมันไม่ถึงกับยาวกว่าครึ่งไมล์ตามบันทึกของท่านบิชอปหรอกนะครับ ถึงกระนั้นขนาดของมันก็สูสีกับสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก คือปลาวาฬเสปิร์มอยู่ดี ในปี 1930 มีรายงานการโจมตีเรือของเจ้าปลาหมึกชนิดดังกล่าว นักชีววิทยาและผู้ชำนาญการคาดว่า เจ้า Kraken (หรืออาจจะเป็นปลาหมึกยักษ์ Giant Squid) นี้โจมตีเข้า เพราะเรือของมนุษย์เราดันไปมีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ อาหารหลักของเจ้าปลาหมึกนี่เอง

จากรายงานของผู้ประสบเหตุ ปลาหมึกดังกล่าว มีขนาดมหึมากันเหลือเกินครับ โดยเฉลี่ยมันจะยาวประมาณ 100 ฟุต น้ำหนักประมาณ 2-3 ตัน ยังกะก็อตซิลล่าทะเลแน่ะ นึกภาพออกไหมครับว่า ถ้าเรือเดินสมุทรโดนสัตว์ยักษ์ทรงพลังขนาดนี้เข้าโจมตีแล้ว อะไรมันจะไปเหลือ และบริเวณที่เกิดเหตุส่วนมาก จะเกิดกับเรือเดินทะเลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคครับผม….

มาดู เรื่องของปลาหมึกยักษ์ อันน่าจะเป็นต้นตอของตำนาน Kraken กันบ้างดีไหมครับ? ปลาหมึกขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เรารู้จักกันในระดับที่สารบบชีววิทยายอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นปลาหมึกที่อยู่ในตระกูล Architeuthis ซึ่งหาผู้พบเห็นได้น้อยมาก และปัจจุบัน เรายังไม่ทราบลักษณะการดำรงชีวิตของมันเท่าไรนัก

ปลา หมึกยักษ์จริงๆแล้วไม่ใช่สัตว์ตระกูลปลานะครับ เป็นพวก mollusks หรือหอยที่กินเนื้อเสียมากกว่า มีรูปร่างคล้ายๆกับภาพจำลองด้านขวามือนั่นแหละครับ ยาวแหลมเป็นตอปิโดเชียว มันมีปากที่แข็งแรงพอที่จะกระชากเคบินเรือที่ทำจากเหล็กกล้า ให้กระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ หนวดทั้งห้าของมันนั้นมีอยู่เส้นหนึ่ง ที่ยาวและเพรียวกว่าเส้นอื่นๆ มีหน้าที่จับอาหารและป้อนเข้าสู่ปากอันน่าพรั่นพรึง ถัดจากปากก็เป็นลูกกะตาล่ะครับ ถือว่าเป็นตาที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาตาของสิ่งมีชีวิตทีเดียวเลย เพราะมันมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 18 นิ้ว

ปลาหมึกทุกประเภทเคลื่อนที่ ด้วยการพ่นน้ำ ทำนองเดียวกับเครื่องยนต์เจ็ทล่ะครับ แต่เปลี่ยนจากเชื้อเพลิงมาเป็นน้ำแทน พวกมันท่องเที่ยวหาอาหารไปเรื่อยๆ กินปลา, ปลาหมึกด้วยกัน, และร้ายที่สุดก็คือ กินปลาวาฬครับอาหารโปรดเค้าเลย

เปรียบเทียบขนาด กับสิ่งที่เราคุ้นเคยครับ “ยักษ์” สมชื่อดีไหม?

เรื่อง ราวของ Kraken อสูรร้ายอันโด่งดังจากทะเลเหนือ ที่จมเรือเดินสมุทรไปนักต่อนัก ก็คงมีพื้นฐานมาจากเจ้าปลาหมึกยักษ์นี่เองล่ะครับ จากสถิติที่เคยบันทึกกันไว้ ปลาหมึกยักษ์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ ถูกชาวประมงสามคนพบเห็นใน Timble Tickle เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 ขณะนั้นพวกเขาหาปลาอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก หนึ่งในนั้นสังเกตว่ามีซากอะไรบางอย่างกระจุยกระจายอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆพวกเขาก็พบกับรูปร่างที่แท้จริงของเจ้าซากนั้น ปลาหมึกยักษ์นั่นเอง…

พวกเขาใช้สมอเรือต่างเชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งสามลากมันขึ้นไปบนบกและปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว

ดังที่ กล่าวไปแล้วว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือปลาวาฬเสปิร์ม เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1966 พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์มหนุ่ม การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า “เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต” เจ้าหน้าที่หนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์

อย่าว่าแต่ลูกปลาวาฬ แรกรุ่นเลยครับ ขนาดปลาวาฬเสปิร์มตัวที่โตเต็มที่หนักราว 40 ตัน ก็ยังเสร็จปลาหมึกยักษ์มาแล้ว เรื่องนี้ถูกรายงานโดยนักล่าปลาวาฬชาวรัสเซีย เมื่อปี 1965 พวกเขาพบปลาวาฬเสปิร์มตัวหนึ่งลอยเท้งเต้งแบบแปลกๆ จึงเข้าไปสำรวจดูในระยะใกล้ และพบว่ามันตายเสียแล้ว รอบตัวของมันถูกรัดด้วยหนวดของปลาหมึกยักษ์ ทว่าเจ้าปลาหมึกตัวดีก็ตายแล้วเช่นกันครับ มีคนพบหัวของมันอยู่ในกระเพาะปลาวาฬเสียด้วย นี่ล่ะมั้ง ที่เค้าเรียกว่าชีวิตแลกชีวิต

เป็นโชคร้ายของนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็นับเป็นโชคดีสำหรับชีวิตมนุษย์มาก เพราะเราไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เผชิญกับเจ้าปลาหมึกยักษ์เหล่านี้มากนัก เพราะตามธรรมชาติของปลาหมึกยักษ์ มันชอบที่จะอาศัยอยู่ตามน้ำลึกและบริเวณน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำเอามากๆมากกว่า จากงานวิจัยของ Dr. Ole Brix แห่งมหาวิทยาลัย Bergen ได้รับผลจากการวัดเลือดของปลาหมึกยักษ์ว่า เลือดของมันฟอกออกซิเจนได้ไม่ดีในที่ๆอุณหภูมิสูงปลาหมึกยักษ์มักจะหายใจไม่ ออกและขาดอากาศหายใจเอาได้ง่ายๆ หากต้องอยู่ในบริเวณที่ความกดต่ำและอุณหภูมิสูงนานๆ อุณหภูมิยังมีผลกระทบเกี่ยวกับการลอยตัวของปลาหมึกยักษ์ในน้ำด้วยนะครับ น้ำอุ่นๆมักจะทำให้สัตว์มหึมาเหล่านี้ลอยตัวขึ้นมาสู่เบื้องบนและหมดปัญญา ที่จะดำกลับลงไปยังจุดปลอดภัยได้ตามเดิม ยิ่งร้อนเท่าไหร่ โอกาสที่ปลาหมึกยักษ์จะขาดออกซิเจนและตายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่ ในบริเวณที่พยานได้พบเห็นปลาหมึกยักษ์กัน มักจะเป็นบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นกับกระแสน้ำเย็นมาตัดกัน ซึ่งจุดนั้น จะเป็นจุดที่ปลาหมึกยักษ์ปรับตัวไม่ทัน และเผอิญโผล่ขึ้นมา ให้ประชาชียลโฉมกันด้วยความพรั่นพรึงเล่นบ่อยๆด้วย

แล้วขนาดโตเต็ม ที่ของปลาหมึกยักษ์เหล่านี้ จะเติบโตได้สูงสุดขนาดไหนกันนะ? บางท่านอาจถามในใจอยู่แบบนี้ นักชีววิทยาก็ยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ เพราะปัจจุบัน เราก็ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับมันน้อยมาก ไม่แน่ว่า ตัวเต็มที่ที่มีอายุเยอะๆของปลาหมึกยักษ์ อาจจะมีขนาดที่ใหญ่โตเกินกว่าจินตนาการของเราก็ได้ ลองมาฟังเรื่องของ A. G. Starkey หนึ่งในลูกเรือเดินสมุทรที่บังเอิญพบเห็นมัน ขณะโดยสารเรือข้ามมหาสมุทรอินเดียดูสิครับ

“มันลอยเทียบขนานมากับลำ เรือ” เขากล่าว “ผมไม่แน่ในทีแรกว่า เสิ่งี่ผมเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่ มันเรืองแสงได้ครับ คล้ายๆกับสัตว์ประเภทปลาหมึก ตอนนั้นผมตกใจและนึกถึงคำเล่าขานของชาวเรือขึ้นมา ผมลองเดินจากอีกด้านของดาดฟ้าเรือ ไปจนกระทั่งถึงปลายสุดอีกข้างของร่างที่เรืองแสงได้นั้น มันแทบจะสุดลำเรือเลยทีเดียว… ขอบคุณพระเจ้า ที่มันไม่นึกสนุกอยากจะปล้ำกับเรือโดยสารของเราขึ้นมา” A. G. Starkey กล่าวทิ้งท้ายไว้ในที่สุด

ครับ.. คงต้องขอบคุณพระเจ้าอย่างที่เขาว่า เพราะลงถ้าตัวของมันยาวแทบจะเท่าลำเรือขนาดนั้นแล้วล่ะก็ เกิดโดนโจมตีขึ้นมา ก็นึกภาพไม่ออกล่ะครับ ว่าบรรดาลูกเรือทั้งหลาย ใครจะมีโอกาสรอดได้บ้าง ก็เรือลำนั้นความยาวตลิดลำตั้งร้อยกว่าฟุตนี่ครับ บรื๋อ… พูดแล้วสยอง

สัตว์โลกลึกลับ-สัตว์ซ่อนอยู่ในภาพวาดโนาลิซ่า ไขรหัสของดาวิชี่

by on September 24th, 2013

ศิลปินชาวอเมริกันค้นพบสัตว์จำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดโมนาลิซ่า เจ้าตัวเผยไม่เข้าใจทำไมไม่มีใครเจอมากว่า 500 ปี
โมนาลิซ่า

เว็บไซต์เดลิเมล ของอังกฤษ รายงานว่า นักวาดภาพสีน้ำมันมือสมัครเล่น และกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ ชาวอเมริกันนามว่า รอน พิคเซอริลโล ได้ค้นพบปริศนาซึ่งเป็นสัตว์จำนวนมาก ซ่อนตัวอยู่ในภาพวาดชื่อดังก้องโลกอย่าง โมนาลิซา ที่วาดโดยจิตรกรเอกของโลก ลีโอนาโด ดาวินชี โดยนายพิคเซอริลโล พบสัตว์ที่ซ่อนตัวเหล่านี้ จากการตะแคงภาพวาดโมนาลิซา และเชื่อว่าสัตว์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีความหมายอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น

ทั้งนี้ สัตว์ที่นายพิคเซอริลโล  เห็นนั้น มีทั้งหัวของสิงโต ลิง และกระบือ ลอยวนอยู่ในอากาศบริเวณรอบ ๆ ศีรษะของโมนาลิซา รวมไปถึงจระเข้และงูที่ออกมาจากด้านซ้ายของเธอด้วย

นายพิคเซอริลโล  กล่าวว่า ตอนแรกที่เขาสังเกตเห็นกระบือ เขารู้สึกตกใจและแทบไม่เชื่อสายตาของเขาเอง จนกระทั่ง เขาได้ไปอ่านบันทึกของดาวินชี่ ซึ่งในนั้นได้ให้คำแนะนำบางอย่าง และเขาก็ได้ค้นพบปริศนาภาพจระเข้และงูที่อยู่ในภาพโมนาลิซ่า โดยหากมองภาพวาดในระดับ 45 องศาจากทางซ้าย จะสามารถเห็นภาพที่มีลักษณะคล้ายงูซ่อนอยู่ ซึ่งมุมนี้ จะเป็นจุดที่แสงตกกระทบดีที่สุดและมีแสงสะท้อนน้อยที่สุด ซึ่ง ดาวินชี่ เรียกว่า ดี-พอยท์ (D-point)

นอกจากนี้ ในบันทึกของดาวินชี่ยังบอกให้ผู้ชมมองภาพตามแนวนอน ซึ่งในย่อหน้าที่เกี่ยวกับการวาดภาพคนริษยา จะบอกเกี่ยวกับการ “ทำให้หัวใจของเธอต้องทนทรมานด้วยการใส่งูพองโตลงไป” …จากจุดนี้ จะเห็นได้ว่ามีภาพงูซุกซ่อนอยู่ในอกขวาของโมนาลิซ่า

นอกจากงูแล้ว เนื้อหายังกล่าวถึงการวาดภาพคนริษยาโดยการใส่เสือดาวซ่อนลงไปในภาพวาด  ด้วยเหตุผลที่ว่า เสือดาวสามารถฆ่าสิงโตได้ด้วยความอิจฉาและการหลอกลวง ซึ่งนี่ก็บ่งชี้ถึงภาพสิงโตที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดนี้ด้วย

นายพิคเซอริลโล ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมุมมองของภาพ เหมือนกับที่เรามองภาพวงรีด้านตรง เราก็จะเห็นมันเป็นวงรี แต่หากเรามองจากด้านซ้ายหรือขวา ภาพวงรีก็จะกลายเป็นวงกลม และด้วยวิธีการนี้ ก็จะทำให้เราสามารถเข้าใจดาวินชี่และศิลปินยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเกี่ยวกับภาพวาดที่ซ่อนอยู่ นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า เขาไม่เข้่าใจว่าทำไมภาพที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ ถึงไม่มีใครค้นพบมากว่า 500 ปี และไม่ใช่แค่เฉพาะภาพโมนาลิซ่าเท่านั้น พิคเซอริลโล ยังเห็นภาพซ่อนในงานศิลปะชิ้นเอกของ ทิเชียน และ ราฟาเอล ศิลปินเอกชาวอิตาลี และภาพซ่อนในวัดน้อยซิสทีน ที่สำนักวาติกันอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com